แถลงการณ์ Shakers & Movers วันที่: พฤศจิกายน 11, 2006
บทความโดย: โจฮาน เฮดิน ผู้จัดการไดเรคเตอร์ Marketing Ignite สถานที่: กรุงเทพฯ
เปรียบเทียบเว็บไซต์ขายของ: สำหรับการตัดสินใจที่ดีกว่าของลูกค้าและการต่อรองสำหรับคริสมาสที่จะถึง
เมื่อเทศกาลคริสมาสใกล้มาถึง เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าสามารถหาสินค้าได้ภายในราคาที่ดีที่สุดและในขณะเดียวกันก็ให้ผู้ขายของแบบออน์ไลน์สามารถสร้างการขายได้เช่นกัน?
หนึ่งในเทรนที่เติบโตเร็วที่สุดบนอินเตอร์เนตก็คือการเปรียบเทียบราคาสินค้าในส่วนของการช็อปปิ้งแบบออน์ไลน์ อย่างที่ชื่อบอก เว็บไซต์เปรียบเทียบสินค้า (อย่างเช่น เครื่องมือเปรียบเทียบราคา) จะให้ลิสข้อมูลเกี่ยวกับสินค้ากับผู้ขายหลายแขนงเช่นราคาสินค้า คำอธิบายสินค้า ส่วนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า หรือความคิดเห็นลูกค้าทั้งหมดในส่วนเดียวกัน ลูกค้าจะสามารถทำการเปรียบเทียบสินค้าจากหลายร้านค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างการตัดสินใจที่ดีที่สุด ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย หลังจากลิกค้าได้ตัดสินใจแล้วจะคลิ๊กไปที่สินค้า หลังจากนั้นลูกค้าจะถูกโยงไปที่เว็บไซต์ของสินค้าดังกล่าวเพื่อทำการซื้อขาย ด้านล่างคือตัวอย่างของเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมสำหรับเปรียบเทียบราคาสินค้าบนอินเตอร์เนต ซึ่งลูกค้าสามารถทำการค้นหาได้โดยตัวสินค้าหรือโดยแยกประเภท การค้นหาสามารถทำได้โดยใส่ชื่อสินค้า, ชื่อผู้ผลิต, ตัวเลขสินค้า, ISDN, หมายเลข UPC, หรือคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าส่วนใหญ่ตรวจสอบสินค้าผ่านทางเครื่องมือค้นหาสินค้าเพื่อเปรียบเทียบในรายละเอียดและคอยติดตามความเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างไรก็ดีพวกเขามักจะออกไปซื้อด้วยตัวเองทีหลัง
เว็บไซต์เปรียบเทียบสินค้าที่เป็นที่นิยม:
www.pricerunner.com www.nextag.com www.pricegrabber.com www.froogle.com www.shopzilla.com (เคยถูกเรียกว่า Bizrate) www.mysimon.com www.dealtime.com
http://shopping.yahoo.com
กำไรและผลประโยชน์ที่ตกกับผู้ขายเพิ่มขึ้นมากหลังจากการใช้เครื่องมือเปรียบเทียบ ไม่เพียงเฉพาะแต่จำนวนหรือความแพร่หลายของผู้ซื้อของออน์ไลน์โดยใช้เครื่องมือเปรียบเทียบสินค้าเพื่อซ้อสินค้า ลูกค้ามักจะท่องเว็บโดยมีเป้าหมายอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าทำให้เว็บไซต์มีอัตราการแปลงเพิ่มขึ้นไปด้วยนั่นเอง เพื่อที่จะทำให้เจ้าของเว็บไซต์เปรียบเทียบสินค้าสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นเช่นชื่อสินค้า, คำอธิบาย, หรือข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น (เช่น ข้อมูลสินค้าที่ต้องส่ง) ที่จะต้องส่งไปที่เว็บไซต์เพื่อให้สินค้าเราถูกรวมบนเว็บด้วย แล้วการที่เจ้าของเว็บไซต์เหล่านั้นจะเรตสินค้าเรามากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้าที่ต้องส่งพวกนั้น (หรือบางทีขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียบจาก cost per click) อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วเจ้าของเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาสินค้าส่นใหญ่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์สำหรับการสร้างอันดับเพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของบริษัทการตลาดแบบออน์ไลน์ที่จะเป็นฝ่ายจัดทำข้อมุลสินค้าที่ต้องส่งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า
บทความนี้ถูกเขียนขึ้นโดยโจฮาน เฮดิน, ผู้จัดการไดเรคเตอร์ บริษัท Marketing Ignite Co., Ltd. ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ คุณโจฮานได้จบการศึกษาคณะ MBA จากสหรัฐอเมริกาและมีประสบการณ์ 9 ปีในการโปรโมตเว็บไซต์และได้ช่วยให้บริษัทหลายขนาดทั้วโลกได้ประสบความสำเร็จในการตลาดบนอินเตอร์เนต หากท่านมีความสงสัยหรือต้องการสอบถามเรื่องใด กรุณากรอกฟอร์มด้านล่างแล้วเราจะตอบปัญหาของท่าน
|