คุณเคยสงสัยหรือว่าว่าต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะให้เว็บไซต์คุณถูกแสดงในเครื่องมือค้นหาให้อยู่บนระดับต้นๆ เมื่อหลายๆ เว็บไซต์ก็ใช้คียเวิร์ดเดียวกับเว็บไซต์ของคุณ คุณกำลังพยายามต่อสู้เพื่อให้ได้อันดับต้นๆ แ่ต่ก็ได้ผลต่างเล็กน้อยหรือไม่เปลี่ยนแปลงเลยหรือเปล่า?หากว่าคุณกำลังมองหาบริษัทโปรโมตเว็บไซต์ อีกทางที่จะทำให้คุณแน่ใจได้ว่าพวกเขาจะสามารถทำให้เว็บไซต์ของท่านติดอันดับหนึ่งใน 10 บน Google หรือ Yahoo ได้นั้นคือการที่พวกเขาสามารถทำให้เว็บไซต์ของพวกเองอยู่ในอันดับต้นๆ ได้ เหมือนกัน มิฉะนั้นแล้วก็คงมีโอกาสสููงที่พวกเขาคงไม่สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณได้อันดับดีต้นๆ ได้
นี่คือตัวอย่างของอันดับที่เราได้ในการลงโฆษณากูเกิ้ล (Google) และ Yahoo
วันที่: สิงหาคม 10, 2551
| คีย์เวิร์ด |
อันดับใน Google |
อันดับใน Yahoo |
| บริษัทการตลาดในกรุงเทพฯ |
#1 |
#2 |
| บริษัทการตลาดบนอินเตอร์เนตในกรุงเทพฯ |
#1 |
#1 and #3 |
| บริษัทการโฆษณาบนอินเตอร์เนตในกรุงเทพฯ |
#1 |
#1 |
| บริษัทการตลาดด้วยผ่านวิดีโอในกรุงเทพฯ |
#1 |
#1 and #2 |
| บริษัทวิจัยการตลาดในกรุงเทพฯ |
#1 |
#2 and #6 |
| บริษัทการตลาดแบบสมาพันร่วมในกรุงเทพฯ |
#1 |
#1 และ #2 |
| บริษัทมีเดียออน์ไลน์ในกรุงเทพฯ |
#1 |
#3 และ #4 |
| บริษัทการตลาดแบบ PPC ในกรุงเทพฯ |
#1 และ #2 |
#1 และ #2 |
| ที่ปรึกษาด้านการตลาดบนอินเตอร์เนตในกรุงเทพฯ |
#2 |
#2 และ #3 |
การโฆษณาเว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับอยู่บนระดับต้นๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่่าย แต่ก็สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและแผนการที่ถูกต้องเหมือนกับที่เรากำลังจะแสดงให้เห็นข้างล่างนี้ จากประสบการณ์มากกว่า 12 ปีในการให้บริการ เราพบว่า 70% ของจำนวนผู้เข้าชมไม่ได้มาจากการใช้คียเวิร์ดที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด แต่มาจากการผสมคำซึ่งยาวประกอบด้วยคำ 4 คำหรือมากกว่า
นอกจากนี้คียเวิร์ดที่ประกอบขึ้นเป็นคำยาวๆ มักจะได้จำนวนคนเข้าชมมากนกว่าเว็บไซต์ที่ใช้คียเวิร์ดทั่วๆ ไป ในทำนองเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะสามารถทำให้เ็ว็บไซต์สามารถแสดงอันดับต้นๆ จากเครื่องมือค้นหาได้ด้วยคียเวิร์ดทั่วๆ ไป ก็ยังถือว่าเสี่ยงอยู่ไม่น้อย สมมติว่าในขณะเว็บไซต์ี้อยู่อันดับที่หนึ่งจากการค้นหาด้วย Google โดยใช้คียเวิร์ดที่คนนิยมใช้กัน แล้ววันนึง Google เกิดตัดสินใจเปลี่ยนอัลกอรึทึม (algorithm) ขณะเดียวกันมีคู่แข่งใหม่เข้าสู่ตลาด (การแข่งขันสูงมากโดยเฉพาะการใช้คียเวิร์ดที่เป็นที่นิยม) ผลลัพท์คืออันดับของเว็บไซต์จะร่นลงไปที่ 17 เป็นต้น
จากสถานการณ์ดังกล่าว ยอดขายสามารถตกลงได้ถึง 60% เพียงเพราะอันดับถูกร่นลงไป หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ นี่คงเป็นข่าวที่แย่และน่าสลดสำหรับธุรกิจ การตลาดแบบที่ใช้คียเวิร์ดที่เป็นที่นิยมและมีคนใช้เป็นจำนวนมากจึงนับว่าเสี่ยงด้วยเหตุผลนี้เอง มันเปรียบเสมือนการลงทุนไปยังที่ๆ เดียว และอยู่ๆ วันนึงธุรกิจที่คุณลงทุนลงแรงไปด้วยทุกอย่างที่คุณมีก็พังครืนลงไป ทุกอย่างลงไปกับธุรกิจด้วย แต่อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าการใช้คียเวิร์ดที่เป็นนิยมไม่ใช่เรื่องดี พวกเราทุกคนเห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่เมื่อคุณเดิมพันยอดขาย 95% ของทั้งหมดไว้กับคำสามคำ คุณต้องรู้จักสร้างความแตกต่างเพื่อลดความเสี่ยง และเหมือนกับหลีกเลี่ยงด้วยการล้มบนฟูก การสร้างความแตกต่างหรือเล่นคำนั้นจะอยู่ในตลาดได้คงทนมากกว่าและสามารถช่วยสร้างกำไร ให้กับธุรกิจได้ในระยะยาว
เช่นนั้นจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะสร้างแผนการทำ SEO ให้ธุรกิจสามารถคงอยู่ในตลาดได้นานกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า?
เมื่อเราทราบกันแล้วว่าคียเวิร์ดที่ประกอบขึ้นเป็นคำยาวๆ (ประมาณ 4 คำ) สามารถเพิ่มยอดคนเข้าชมได้ดีกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า คุณควรสร้างแผนการตลาดการพัฒนาเครื่องค้นหาด้วยเทคนิคที่ใช้ความหลากหลายประกอบเข้าด้วยกัน สมมติว่าในตอนนี้แต่ละคีย์เวิร์ดที่เลือกนั้นให้อันดับ 1200 อันดับต้นๆ บนเครื่องมือค้นหา สมมติถ้าี 100 อันดับในจำนวนนั้นร่วงหล่น และภายหลังอีก 85 อันดับขยับกลับขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่าจากเหตูการณ์ดังกล่าวเราสูญเสีย 15 อันดับในเครื่องมือค้นหาไป อย่างไรก็ดีีเราจะยังคงรักษา 1185 อันดับบนเครื่องมือค้นหาไว้ได้(1200 – 15) และการสูญเสียที่ว่านั้นแทบจะไม่กระทบต่อยอดขายที่มี และแทบจะไม่ส่งผลใดๆ เลยเมื่อเทียบกับการเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เป็นที่นิยม 3 คำที่ให้ผลค้นหาระดับต้นๆ อย่างไรก็ดี นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรละเลยต่อคีย์เวิร์ดที่เป็นที่นิยม เพราะคำเหล่านี้สามารถนำไปประกอบกับคำอื่นๆ เพื่อเพิ่มเป็นคีย์เวิร์ดที่ประกอบด้วยหลายคำได้
ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการทำ SEO ที่ช่วยบ่งบอกถึงการจัดอันดับของเว็บไซต์
มันมีมากกว่าหนึ่งวิธีสำหรับการจัดอันดับเว็บไซต์โดยเครื่องมือค้นหาและกฏ (อัลกอรึทึม) ที่ตัวเครื่องมือใช้จะเปลี่ยนไปเสมอ อย่างไรก็ตาม เราสามารถแบ่งการประเมินได้สองแบบ คือปัจจัยการพัฒนาบนเว็บและนอกเว็บ โดยพื้นฐานแล้วปัจจัยการพัฒนาบนเว็บประกอบไปด้วยคีย์เวิร์ดที่วางไว้บนเว็บเช่นบนห้อข้อ, ข้อความที่ใช้สร้างลิงค์, ข้อความที่มองเห็น, หัวข้อ, ความสำคัญของคีย์เวิร์ด, คีย์เวิร์ดสำคัญ, LSI, ฯลฯ ปัจจัยการพัฒนานอกเว็บคือการสร้างลิงค์ด้วยข้อความแล้วไปโพสไว้ยังเว็บไซต์ที่สำคัญๆ สร้างลิงค์ได้คุณภาพกลับมาที่เว็บของเราเอง การสร้างเครือข่ายลิงค์์มาจากเว็บที่เชื่อถือได้สามารถช่วยเพิ่มอันดับจากเครื่องค้นหาได้ ตรงกันข้าม การสร้างลิงค์จากเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือจะทำลายอันดับของเว็บเราเอง เลวร้ายกว่านั้นคือทำให้ Google และ Yahoo หรือเครื่องมือค้นหาอื่นๆ ประกาศห้ามผลค้นหาของเว็บเราไปเลย การโกงเครื่องค้นหาด้วยวิธีหมวกดำ (Black Hat SEO) ถึงแม้จะทำให้ได้อันดับในเบื้องต้น แต่ก็เป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ แย่กว่านั้นคือเว็บไซต์จะถูกแบนเป็นที่แน่นอน เพราะฉะนั้นการพัฒนาควรให้สำคัญกับวิธีหมวกขาว (White Hat SEO) มากกว่า เพราะนอกจากจะให้ผลอยู่อันดับบนๆ แล้วยังมีอายุดำเนินการนานกว่าหลายเท่าทีเดียว
คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำ SEO หรือเปล่า?
การที่จะทำให้เว็บไซต์ของบริษัทหรือองค์กรของคุณได้รับผลค้นหาอันดับต้นๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และคุณต้องตัดสินใจว่าจะเป็นคนทำเองหรือว่าเลือกที่จะว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทโปรโมตเว็บไซต์เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับต้นๆ จากการค้นหา หากว่าคุณเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องมือค้นหาและวิธีทำ SEO แ้ล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้ว่าจ้างบริษัทที่ให้การปรึกษาและบริการเพราะการที่จะเชี่ยวชาญและรอบรู้ในการตลาดบนเว็บต้องใช้เวลาศึกษาค่อนข้างนาน การว่าจ้างผู้ชำนาญสามารช่วยประหยัดเงินและเวลาที่จะเอาไปใช้ตั้งแต่เริ่มศึกษา ลองผิดลองถูก และลงมือทำ ยังไม่รวมถึงการสมมติเหตุการณ์แย่ๆ ที่จะเกิดขึ้นและวิธีรับมือ เมื่อมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณเอง มันไม่ดีกว่าหรือถ้าจะว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญโดยตรงให้ดูแล?
วิธีเลือกบริษัทโปรโมตเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเพิ่มสรรถนะในการจัดอันดับและสถิติของเว็บ?
เราสามารถให้ดูตัวอย่างเว็บไซต์ลูกค้าปัจจุบันที่ทำการทำ SEO กับเราได้ การเลือกผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาเครื่องมือค้นหาที่สามารถให้ชมตัวอย่างเว็บไซต์ของบรรดาลูกค้าได้นั้น จะยิ่งช่วยตอกย้ำและสร้างความมั่นใจให้กับแคมเปนการตลาดบนเครื่องค้นหาของคุณ อีกหนึ่งผลประโยชน์ที่คุณจะได้จาก Marketing Ignite นอกเหนือไปจากอันดับต้นๆ บนเครื่องมือค้นหาคือจำนวนผู้ชมเว็บไซต์คุณจะได้รับ
99% ของคู่แข่งทางการค้าของเราจะให้ลูกค้าชมเว็บไซต์ที่พวกเค้าสามารถทำให้อยู่บนอันดับต้นๆ ได้เท่านั้น แต่ทางเรารู้สึกว่ามันไม่ประโยชน์อะไรถ้าเราไม่ได้รับจำนวนผู้ชมและที่สำคัญกว่าคือยอดขายที่ได้จากการเข้าชมเว็บไซต์ เพราะฉะนั้นเราจะใส่อุปกรณ์ที่คอยตรวจสอบจำนวนผู้เข้าชมเรียกว่า Google Analytics (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ไว้บนเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไปเช่นว่าผู้เข้าชมเข้ามาเว็บไซต์โดยใช้คีย์เวิร์ดใด กระทั่งใช้เครื่องมือค้นหาใด ฯลฯ
ความเข้าใจว่าเครื่องมือค้นหาทำงานและอัพเดทยังไงสำคัญมาก หน้าที่ของเรามันเหมือนการขวนขวายตลอดเวลาเพราะการที่จะสามารถให้บริการได้เต็มที่ต้องอาศัยการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการทดลองระบบ แต่การตัดสินใจเป็นของคุณเอง คุณสามารถเลือกที่จะศึกษาการทำงานของเครื่องมือค้นหาและพัฒนาด้วยตัวเองหรือเลือกให้บริษัทพัฒนาเครื่องมือค้นหาที่มีทีมงานและประสบการณ์ช่วยประหยัดเวลา พัฒนาโดยใช้แผนการที่ล้ำสมัยและได้ผลดีที่สุดพร้อมกับเทคนิคที่เป็นองค์ประกอบต่างๆ เพื่อช่วยสร้างผลกำไรในระยะยาว
ความสำคัญอยู่ที่ความพอใจของลูกค้าและการรับประกันคุณภาพเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ที่ Marketing Ignite Co Ltd, เราทำงานกับลูกค้าแบบระยะยาว เราไม่ใช้ระบบเซ็นต์สัญญาแบบบริษัทต่างๆ ให้ยุ่งยากน่ารำคาญ เพราะ 95% ของคู่ค้าอยู่กับเรามากกว่าหนึ่งปี และเรารู้สึกว่าการว่าจ้างประจำปีไม่สำคัญอะไรในเมื่อพวกเขาตัดสินใจและประเมินด้วยความพึงพอใจของตนเอง ซึ่งก็หมายความว่าคุณจะมาหรือจะไปก็ได้ตามต้องการ (ซึ่งคุณไม่ควรเซ็นต์สัญญาประจำปีกับบริษัทเหล่านั้น เพราะพวกเขาต้องการกักจำนวนคุณไว้และในทางอ้อม “ขโมย” เงินจากเว็บที่คุณควรจะได้นั่นเอง) ที่ Marketing Ignite เราต้องการเป็นคู่ค้าที่ให้มากกว่าความพึงพอใจแบบ 100% หากมีปัญหาเกิดขึ้น เรายินดีที่จะเดินทางข้ามทวีปเพื่อแก้ไข ไม่ว่าปัญหานั้นจะเป็นอะไร เพราะเราเข้าใจว่า หากเราไม่สามารถเป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่สามารถให้บริการได้เต็ม 100% แล้ว เราคงไม่สามารถอยู่ในธุรกิจได้ยาวอย่างทุกวันนี้ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมความสัมพันธ์ลูกค้าถึงมาก่อนสิ่งอื่นใดสำหรับเรา
ด้านล่างคือลำดับขั้นตอนดำเนินการกับคู่ค้าของเรา หากท่านต้องการทราบถึงแผนการดำเนินการหรือร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการบริการ กรุณากรอกฟอร์มข้างล่าง แล้วเจ้าหน้าที่จากแผนการตลาดบนอินเตอร์เนตของเราจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับไปในระยะเวลาอันสั้น ท่านสามารถโทรหาเราได้ที่เบอร์ +66 (0)2-231-1411 (ออฟฟิตในกรุงเทพฯ)
ชั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือค้นหา
 |
การพิจารณาเหตุการณ์ปัจจุบันและสรุปแบบลึกเกี่ยวกับเป้าหมายขององค์กรหรือธุรกิจ |
 |
ค้นคว้าวิจัยเพื่อหาคีย์เวิร์ดที่สำคัญและตรงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและยอดขาย |
 |
การพัฒนาเครื่องมือค้นหาโดยใช้อัลกอรึทึ่มล่าสุดเพื่อให้ได้อันดับต้นๆ จากเครื่องมือค้นหาต่างๆ |
 |
ใส่เนื้อหาที่มีคีย์เวิร์ดประกอบลงบนหน้าเว็บ |
 |
พัฒนาเว็บแบบไดนามิก (หากใช้ด้วยกันได้) |
 |
สร้างแผนผังเว็บไซต์ให้รองรับกับ Google |
 |
ลงโปรแกรมติดตามผลในทุกๆ หน้าเว็บเพื่อประเมินประสิทธิผลของเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหาและเว็บไซต์ของหุ้นส่วน |
 |
กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการพัฒนา: 21 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าของเว็บ |
การปรับปรุงรายเดือน (พัฒนานอกเว็บไซต์)
หมายเหตุ: ด้วยเหตุที่ว่าอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหานั้นเีปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทางเราจึงจำเป็นที่จะต้องคอยอัพเดทกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องทางอัลกอรึทึมที่เครื่องมือค้นหาใช้
 |
สรุปผลประจำเดือน ซึ่งจะรายงานเกี่ยวกับอันดับบนเครื่องมือค้นหาต่างๆ |
 |
ตรวจสอบอันดับการค้นหา เพราะบางครั้งอันดับของเว็บไซต์ตกเพราะอัตราการแข่งขันสูง เราจะโปรแกรมและแก้ไของค์ประกอบต่างๆ ใหม่ |
 |
การตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงทางเครื่องมือค้นหาแบบวันต่อวันเพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์นั้นจะได้อัพเดทให้สอดคล้องกับอัลกอรึทึมในเครื่องมือค้นหา |
 |
ทุกๆ เดือนทางเราจะส่งบทความ 3 ฉบับสำหรับการโปรโมตให้กับเว็บไซต์รวบรวมบทความชื่อดังหลายๆ แห่ง |
 |
เพิ่มลิงค์กับเว็บไซต์คุณภาพต่างๆ ที่มีค่า PR สูงๆ |
 |
รายงานรายชื่อเว็บลิงค์ที่ได้รับประจำทุกๆ เดือน (150 เว็บ์) |
 |
ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์และอีเมลล์ |
|